ดิไอคอนกรุ๊ป เป็นบริษัทที่ใช้รูปแบบธุรกิจเครือข่าย มีการขายสินค้าออนไลน์หลากหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ต่อมากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาของดิไอคอนกรุ๊ปจำนวน 18 ราย ซึ่งรวมถึงนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล และศิลปินผู้มีชื่อเสียงหลายราย ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้ามาดูแลคดีนี้ พร้อมเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.ก. แชร์ลูกโซ่ และ พ.ร.บ. ขายตรง
จุดเด่นของดิไอคอนกรุ๊ปที่ทำให้ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ 1) การใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ 2) การตลาดแบบเครือข่ายที่ช่วยกระจายสินค้าอย่างรวดเร็ว 3) มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย และ 4) การสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาได้มีผู้เสียหายนับพันคนออกมากล่าวหาในประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การฉ้อโกงที่ทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่
ตกลง 2) การใช้ข้อมูลเท็จในการชักชวนลงทุน โดยอ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง 3) การดำเนินธุรกิจในลักษณะพีระมิด ซึ่งเป็นโมเดลที่ผิดกฎหมาย
สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของธุรกิจเครือข่ายที่อาจมีการดำเนินงานในลักษณะที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจอย่างรอบคอบและไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจลักษณะนี้
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย” ทุกเล่ม ทุกปี อ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือ ติดต่อขอรับรูปเล่มหนังสือรายงานสุขภาพคนไทยได้ทุกปี ผ่านทางกล่องข้อความ Chat ทาง Facebook "สุขภาพคนไทย" กดปุ่มติดต่อขอรับหนังสือ และรอแอดมินติดต่อกลับได้เลยครับ
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)
ข้อมูลอ้างอิง
รายงานสุขภาพคนไทย 2567 หมวด สถานการณ์เด่น เรื่อง ขายตรงหรือแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจเครือข่ายกับการคุ้มครองผู้บริดภคในไทย
สืบค้นจาก :
สถาบันวิจัยและประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล