ในโลกที่ปัญหาสุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น
โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การดูแลสุขภาพไม่อาจพึ่งพาเพียงระบบบริการทางการแพทย์เท่านั้น
แนวคิด “ความรอบรู้สุขภาพ” จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบสุขภาพโลก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับความรอบรู้สุขภาพในฐานะกลไกหลักที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนด้านสุขภาพ
โดยมองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการดูแลสุขภาพ หรือที่เรียกว่า Health
co-creation จะช่วยสร้างพลังในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขอย่างแท้จริง
องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของ
“ความรอบรู้สุขภาพ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ว่าเป็นทักษะทางปัญญาและสังคมที่กำหนดแรงจูงใจและความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง
เข้าใจ และใช้ข้อมูล
ด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมและรักษาสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม
แนวคิดนี้สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับบริการสุขภาพ
แต่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจด้านสุขภาพของตนเอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2562
องค์การอนามัยโลกได้ผลักดันการพัฒนาความรอบรู้สุขภาพอย่างจริงจัง
เพื่อตอบสนองต่อภาระโรค NCDs ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
โดยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผ่านการฝึกอบรมในประเทศต่าง ๆ
พร้อมเน้นความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ
และชุมชน เพื่อออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
การพัฒนาความรอบรู้สุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูล
แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ตั้งแต่การตัดสินใจเชิงสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณสุข
เมื่อประชาชนมีความเข้าใจและสามารถใช้ข้อมูลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง จะช่วยลดภาระโรค
เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ และสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพในระยะยาว
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ
ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2569” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่
thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว
ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook
: สุขภาพคนไทย
Instagram
: @thaihealthreport
Youtube
: สุขภาพคนไทย
TikTok
: @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)